ป้ายกำกับ: วิธีการใช้ยาเหน็บ ยาป้าย

ริดสีดวงทวาร อาการกับการรักษา

ริดสีดวงทวาร
ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบ บวม ของหลอดเลือดดำในช่องทวารหนักบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่ติดอยู่กับทวารหนัก เมื่อผนังหลอดเลือดยืดตัวจนกลายเป็นก้อนโป่งนูนคล้ายติ่งเนื้อปูดพองออกมาเป็นหัว เราเรียกว่าหัวริดสีดวง ซึ่งอาจพบหลายหัวได้ทั้งภายนอกปากทวาร (ริดสีดวงภายนอก)และอยู่ลึกเข้าไปในปากทวารหนัก (ริดสีดวงภายใน)

สาเหตุของโรค
เนื่องจากหลอดเลือดดำที่อยู่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังบริเวณส่วนต่อลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีการยืดตัวจนถึงปูดพองเป็นหัวจากภาวะความดันในหลอดเลือดดำสูงจากสาเหตุต่างๆ อาทิ การกินอาหารที่มีกากใยน้อย, ท้องผูกบ่อย, การเบ่งถ่ายอุจจาระจนเป็นนิสัย, การกดทับจากการนั่งนานๆ, มีน้ำหนักตัวมาก หรือจากภาวะตั้งครรภ์, การไอเรื้อรัง เป็นต้น ดังนั้นริดสีดวงทวารจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้หลายแห่ง อาการและความรุนแรงจึงต่างกัน

อาการของโรคและบริเวณที่เกิดอาการ
โรคริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ขึ้นอยู่กับบริเวณที่พบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายในและภายนอก เป็นโรคที่พบได้บ่อย เป็นๆหายๆ และสามารถกลับเป็นได้อีกเมื่อมีอาการท้องผูกเรื้อรัง หรือกรณีตั้งครรภ์
ริดสีดวงทวารภายใน จะเกิดขึ้นภายในทวารหนัก บริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้ตรงกับทวารหนักส่วนบน (Dentate Line) มักจะมองไม่เห็น และไม่รู้สึกเจ็บ หากมีอาการเจ็บซึ่งบางรายมีโอกาสเป็นได้ทั้งภายในและภายนอกในเวลาเดียวกัน
หากมีอาการ คัน ปวดบริเวณทวารหนัก กลั้นอุจจาระไม่อยู่ หรือมีเลือดพุ่งขณะเบ่ง หรือเลือดหยดขณะถ่าย หรือปนมากับอุจจาระ แต่ไม่มีอาการปวดแสบรูทวาร อาจเป็นอาการของโรคริดสีดวงทวารภายในระยะแรก หากมีก้อนเนื้อปลิ้นออกมาขณะเบ่งถ่าย หรือหลุดออกมาข้างนอกและจะปวดรุนแรงทำให้นั่งหรือยืนก็เจ็บ เมื่อพบอาการเช่นนี้ควรรีบไปพบแพทย์

การตรวจวินิจฉัยโรคริดสีดวงภายใน
จำเป็นที่แพทย์จะตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยการใช้กล้องส่องทวารหนัก รวมถึงการตรวจดูปากทวารและบริเวณใกล้เคียงด้วยตาเปล่าและการใช้นิ้วสอด เพื่อให้แน่ใจว่าอาการเลือดออกนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดปรกติ หรืออาการคล้ายคลึงจากโรคอื่นๆ เช่น โรคลำไส้อักเสบ โลหิตจาง ความผิดปรกติของหลอดเลือดในลำไส้ตรง หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น ซึ่งแพทย์อาจต้องตรวจระบบลำไส้ใหญ่ทั้งหมดหากผู้ป่วยมีอาการสุ่มเสี่ยงเกินกว่าการเป็นโรคริดสีดวง โดยเฉพาะผู้ป่วยมี่มีอายุ 40 ขึ้นไป

โรคริดสีดวงทวารภายในแบ่งระยะที่เป็นมี 4 ระยะด้วยกัน
ระยะที่ 1 มีริดสีดวงขนาดเล็กอยู่บริเวณช่องทวารหนักเท่านั้น ระยะนี้จะมองไม่เห็นและไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
ระยะที่ 2 ริดสีดวงเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีการเบ่งหรือถ่ายอุจจาระติ่งเนื้อจะยื่นออกมา และหดกลับเข้าไปด้านในเอง
ระยะที่ 3 มีติ่งเนื้อหรือหัวปลิ้นออกมาจากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ สามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปได้
ระยะที่ 4 เป็นก้อนริดสีดวงขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากทวารหนักอย่างถาวร และไม่สามารถดันกลับเข้าไปด้านใน

ริดสีดวงทวารภายนอก เมื่อมีการไหลคั่งของหลอดเลือดดำจนแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือด จนเกิดเป็นตุ่มนูนภายนอกบริเวณปากทวารหนัก เมื่อเอามือคลำหรือส่องดูจะพบก้อนเนื้อปูดออกมาเป็นหัว เมื่อเป็นมากสามารถเกิดขึ้นหลายๆหัวบริเวณเดียวกันได้ หรือกระจายไปหลายๆที่รอบๆปากทวารหนัก ถ้าเป็นติ่งเนื้อยื่นออกมาแล้วดันกลับเข้าไปได้จะถือว่าเป็นริดสีดวงทวารภายใน
โรคริดสีดวงทวารภายนอก เมื่อเริ่มเป็นจะรู้สึกได้จากอาการเบ่งขณะถ่าย หรือเจ็บ คันเวลานั่งนานๆ เนื่องจากเส้นเลือดดำบริเวณเยื่อบุทวารหนักจะไวต่อการเจ็บปวด คอยสังเกตเมื่อถ่ายหากมีอุจจาระแข็ง ต้องเบ่งแรงเป็นเวลานาน และมีอาการท้องผูกบ่อยๆ การเบ่งแรงๆอาจทำให้เยื่อเมือกปากทวารฉีกขาดและริดสีดวงแตกได้ อย่ารอให้หัวริดสีดวงแตกแล้วถึงไปพบแพทย์ สังเกตอาการแต่เนิ่นๆจากการขับถ่ายทุกวัน
โรคริดสีดวงทวาร สามารถเป็นแล้วหาย และกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หากผู้ป่วยไม่ปรับพฤติกรรมการกินและการขับถ่าย

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร
– การใช้ Ice Pack แบบเจลประคบเย็นจะช่วยบรรเทาอาการอักเสบบวมของติ่งเนื้อ
– การนั่งแช่น้ำอุ่น หรือที่เรียกว่า Sitz Bath (40 C) ในอ่างประมาณ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้งเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวด บวมของแผลได้ดีโดยเฉพาะหลังเบ่งถ่ายอุจจาระ
– การรับประทานยาแก้ปวด เป็นการบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือระคายเคืองเท่านั้น ยาแก้ปวดไม่สามารถรักษานิดสีดวงทวารให้หายได้
– การใช้ Petroleum Jelly เพียงเล็กน้อยบริเวณรอบในปากทวาร จะช่วยลดอาการเจ็บขณะถ่ายได้ ไม่ควรเบ่งอุจจาระแรง
– การใช้ยาทาเฉพาะที่ เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของ Hydrocortisone เพื่อบรรเทาอาการปวดและคันบริเวณติ่งที่ยื่นออกมาข้างนอก ใช้ทาก่อนขับอุจจาระ สามารถหาซื้อตามร้านขายยา         ทั่วไปเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ อาการจะหายไปภายใยสัปดาห์ เมื่อไม่หายควรรีบพบแพทย์
– การใช้ยาเหน็บทวาร โดยเหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า, ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ)
– การดูแลตนเองที่บ้านด้วยการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
– การใช้ยางรัดเพื่อห้ามเลือดไม่ให้เข้าไปหล่อเลี้ยงบริเวณนั้น 5-7 วันจนฝ่อและหลุดออก
หากอาการที่เป็นดังกล่าวไม่บรรเทาลง แต่กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์ซึ่งการรักษาอาจมีตั้งแต่…
– การฉีดยาให้หัวริดสีดวงฝ่อ และหลุดไป ซึ่งต้องใช้การฉีดซ้ำ วิธีนี้จะสะดวก และปลอดภัย แต่มีโอกาสกลับมากำเริบใหม่ได้
– การใช้ไฟฟ้าจี้ หรือแสงเลเซอร์ยิงผ่าตัดเป็นการทำลายเนื้อเยื่อที่ได้ผลเร็วและดี
– การรักษาด้วยการผ่าตัดเอาริดสีดวงออก จะใช้ต่อเมื่อผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก

การป้องกันการเกิดโรคซ้ำ
โรคริดสีดวงทวารมีโอกาสเกิดได้กับทุกคน แต่จะพบมากในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากระบบการย่อยและการขับถ่ายที่ไม่เป็นปรกติ โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง สามารถหายได้ และกลับมาเป็นใหม่ได้อีก
หากดูแลรักษาสุขภาพให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างเป็นปรกติ จะสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ตามมาจากปัญหาการย่อยและการขับถ่ายได้ อาทิ โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรค IBS (Irritable Bowel Syndrome)
• หลีกเลี่ยงอาการท้องผูก โดยการรับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองทางเดินอาหาร เช่น ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
• ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา อย่านั่งถ่ายนานจนเป็นนิสัย หรือเบ่งอุจจาระแรงๆ ไม่ควรกลั้นอุจจาระ เพราะจะทำให้ลำไส้หมักหมม อุจจาระจะยิ่งแข็ง ขับถ่ายได้ยากขึ้น
• หากยังถ่ายไม่ออก ให้รับประทานยาระบายช่วย หรือสวนล้างลำไส้
• พยายามออกกำลังกายหรือนวดบริเวณช่องท้องอยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

การรักษาด้วยยาทาและยาเหน็บ
ดูปร๊อค (DUPROCT) เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร และแผลฉีกขาดที่ทวารหนัก การทำให้เลือดหยุดไหล และรักษาอาการปวดให้บรรเทาลง
ชนิดเหน็บ 1 แท่ง ประกอบด้วย
Hydrocortisone Acetate 7.5 mg. ใช้ในการบรรเทาอาการอักเสบ
Zinc Oxide 250 mg. เป็นยาสมานแผล ป้องกันและฆ่าเชื้ออย่างอ่อน
Benzocaine 40 mg. เป็นตัวยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวด
Suppo.Base q.s. 2 gm.

วิธีการใช้ยาเหน็บ  คลิกเพิ่มที่ลิงค์ http://continental-pharm.com/?p=1338
ข้อแนะนำ  ยาเหน็บควรใช้ร่วมกับยาทาจะให้ผลดีมาก
การทำความสะอาดบริเวณที่เป็น หรือด้วยการโกน ทาบริเวณที่เป็น ทาซ้ำบ่อยๆต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนหัวริดสีดวงจะค่อยๆตายและฝ่อไปเอง

วิธีใช้ยาเหน็บช่องคลอด

V27dscf8928
ยาเหน็บช่องคลอดเป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่เพื่อรักษาโรค และอาการบางอย่างในสตรี รูปลักษณะของยามีหลายแบบ วิธีการใช้อาจมีความแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเม็ด ลักษณะมน กลม เวลาเหน็บ จะชุบน้ำก่อน เพื่อมิให้เกิดการระคายเคืองยาเหน็บช่องคลอด ควรใช้เป็นครั้งคราว เมื่อมีความจำเป็นต้องรักษาโรคหรืออาการเท่านั้น เพราะโดยปกติ ภายในช่องคลอดจะมี แบคทีเรียชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอาศัยอยู่ การใช้ยาเหน็บเหล่านี้บ่อย ๆ จะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ตาย และเชื้อราจะเข้ามาเจริญเติบโตแทน ซึ่งทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้
ก. วิธีสอดยาเหน็บช่องคลอดโดยใช้มือ
ข้อแนะนำวิธีการใช้
1. ล้างมือให้สะอาด
2. แกะกระดาษที่ห่อยาออก แล้วจุ่มเม็ดยาในน้ำสะอาดพอให้ยาชื้น (ประมาณ 1-2 วินาที)เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
3. นอนหงายโดยชันหัวเข่าขึ้นและแยกขาออก
4. สอดยาเข้าช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้นิ้วช่วยดันยาเข้าไป
5. นอนในท่าเดิมสักครู่ ไม่ต่ำกว่า 15 นาที

ข. วิธีสอดยาเหน็บช่องคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยสอด

ข้อแนะนำวิธีการใช้

1. ล้างมือให้สะอาด
2. แกะยาออกจากกระดาษห่อ แล้วจุ่มเม็ดยาในน้ำสะอาดพอให้ยาชื้น (ประมาณ 1-2 วินาที)
3. ใส่เม็ดยาในเครื่องมือช่วยสอด โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ดึงก้านสูบของเครื่องมือออกมาจนสุด
- ใส่ยาในช่องใส่ยาที่ปลายของเครื่องมือ เม็ดยาจะติดที่ช่องใส่ยา
4. นอนหงาย โดยชันหัวเข่าขึ้นและแยกขาออก
5. สอดยาเข้าในช่องคลอด โดยมีขั้นตอน ดังนี้
- จับตัวเครื่องมือสอดยาที่ใส่ยาแล้วด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลาง ส่วนนิ้วชี้ให้แตะอยู่ที่ปลายก้านสูบ
- หันปลายที่มียาเข้าไปในช่องคลอด ค่อยๆ สอดเครื่องมือเข้าไปเบาๆ เมื่อสอดเข้าไปลึกพอควรให้ใช้นิ้วชี้ดันก้านลูกสูบเพื่อไล่ตัวยาออกจาก เครื่องมือ โดยยาจะตกอยู่ในช่องคลอด
- เอาเครื่องมือออกจากช่องคลอด
6. นอนท่าเดิมสักครู่ ประมาณ 15 นาที เพื่อไม่ให้ยาไหลออกมาจากช่องคลอด
คำแนะนำเพิ่มเติม- ควรเหน็บยาติดต่อกันทุกวันอย่างน้อยตามจำนวนวันหรือขนาดยาที่กำหนด เช่น 7 วัน หรือ ขึ้นกับชนิดของยาและตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
- เมื่อสอดยาเหน็บแล้วควรนอนท่าเดิมนิ่งๆ จนกว่ายาจะละลายหมด ปกติมักจะเหน็บก่อนนอน
- ควรใช้กระดาษชำระซ้อนทบกันหลายๆ ชั้นรองที่กางเกงในไว้ เพื่อรองรับส่วนของเม็ดยาที่จะละลายไหลออกมา

Cr: เรียบเรียงจากบทความของนักศึกษาเภสัชฯฝึกงานชั้นปีที่ 5 น.ส.ภ.ธนัญญา พิรกิตติวรกุล

3

เจ็บที่หัว ลดที่บวม ผ่อนหนักให้เป็นเบา บรรเทาอาการด้วยตัวเอง

ริดสีดวงทวารมี 2 ประเภท คือ “ริดสีดวงทวารภายนอก” (External Hemorrhoids) สามารถมองเห็นหัวริดสีดวงได้จากภายนอก และ “ริดสีดวงทวารภายใน” (Internal Hemorrhoids) ตรวจพบได้ด้วยการใช้กล้องส่อง แม้จะมีลักษณะแตกต่างกัน แต่การรักษาแทบไม่แตกต่างกัน

ซึ่งการรักษาเบื้องต้น ผู้เป็นริดสีดวงทวารส่วนใหญ่ มักใช้การทาครีม หรือใช้ยาเหน็บ แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหนึ่งวิธีที่วงการแพทย์แนะนำ คือวิธีที่เรียกว่า “Sitz Bath การนั่งแช่น้ำ”  โดยเฉพาะการนั่งแช่น้ำอุ่น (Hot Sitz Bath) เพราะช่วยลดการเจ็บปวดบริเวณทวารหนักได้ดี  โดยแช่นานครั้งละ 30 – 60 นาที อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือหลังถ่ายอุจจาระ ที่สำคัญวิธีนี้ยังช่วยเร่งให้หัวริดสีดวงยุบ และช่วยลดการอักเสบอีกด้วย

ก่อนจะไปถึงคำตอบสุดท้ายของการรักษาริดสีดวงทวาร ถึงขั้นผ่าตัด การเลือกทาครีมหรือยาเหน็บที่มีคุณภาพ รวมถึงวิธี Sitz Bath ดูจะเป็นหนทางเยียวยาบรรเทาอาการริดสีดวงทวารที่น่าสนใจ ไม่ยุ่งยาก แบบที่คุณสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ด้วยตัวเอง

Doproct Ointment

Doproct Suppository

H37

ถ่ายเป็นเลือด ปวดมาก ทำไงดี!?!?

สำหรับคนที่เป็นริดสีดวง ในบางคนการขับถ่ายอาจจะมีเลือดปนออกมา มาก แต่ในบางคนอาจจะ น้อย”
วิธีช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้น คือ
หากาละมังกว้างๆที่สามารถนั้งลงไปแช่ได้ พร้อมใส่ด่างทับทิม หรือ น้ำอุ่นๆ 1-2 ลิตร จะช่วยสมานแผล และป้องกันการอักเสษได้
ถ้าปวดมากให้บรรเทาอาการโดนทานยา พาราเซตามอล 400MG ทุก 4-6 ชม. หรือใช้ยาเหน็บที่มีส่วนผสมของ BENZOCAINE , HYDROCORTISONE (ACETATE) , ZINC (OXIDE) เพื่อรักษาอาการอักเสบของหัวริดสีดวงที่ปริแตก และบรรเทาอาการปวดก่อนเบ่งถ่ายอุจจาระ
ใช้สำลีปิดบริเวณที่เป็นริดสีดวงหนาๆ หรือ สามารถใช้ผ้าอนามัยแบบกลางคืน เพื่อซับเลือดที่ออกมาได้
หากเลือดออกไม่หยุด หรือ ตลอดเวลา อย่าได้นิ่งนอนใจ รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

Doproct Suppository

Doproct Suppository

V121

ยาน่ารู้: ยาแก้ตกขาว

เมโทรนิดาโซล หรือ เมโทรไนดาโซล (Metronidazole) เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะกับเชื้อแบคทีเรียชนิดที่มีการเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) และเชื้อพวกสัตว์เซลล์เดียว (Protozoa)

ยานี้ใช้ในวงการแพทย์มีการใช้มานานกว่า 50 ปี เนื่องด้วยเป็นยาที่มีประโยชน์หลายด้าน เป็นยาที่ปลอดภัย และมีราคาไม่แพง อีกทั้งมียาอีกกลุ่มเดียวกันอีกคือ ยาทินิดาโซล (Tinidazole) และยาออร์นิดาโซล (Ornidazole) ซึ่งให้ประสิทธิภาพดีกว่า

สำหรับผู้ป่วยที่ป่วยเป็นแบคทีเรียล วาไจโนสิส  (Bacterial Vaginosis) และการติดเชื้อปรสิตทริโคโมนาส (Trichomonas) แพทย์จะรักษาด้วยการจ่ายยาปฏิชีวนะในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน หรือ ครีมทาภายในช่องคลอด โดยใช้ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) หรือทินิดาโซล (Tinidazole) ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของทั้งปรสิตและแบคทีเรีย
การใช้ยาปฏิชีวนะควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือในขณะที่กำลังตั้งครรภ์

dscf8906

dscf8908

dscf8933

dscf8931

ตกขาวผิดปกติ

Product :

Product :

1

ริดสีดวงทวารเป็นได้อย่างไร ?

ถึงไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่ริดสีดวงทวารก็สามารถสร้างความรำคาญ ไปถึงขั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวให้กับผู้เป็นได้ และบางครั้งยังส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพ ทำให้ผู้เป็นออกอาการเสียเซลฟ์กันเลยทีเดียวโดยทั่วไป ริดสีดวงทวารเกิดจากสาเหตุหลักๆ จัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 5 สาเหตุ ดังนี้

  1. นิสัยการกิน เช่น ไม่กินผัก ผลไม้ , ชอบกินอาหารย่อยยาก กากใยน้อย , ดื่มน้ำน้อย  ทำให้มีโอกาสท้องผูกเรื้อรัง
  2. พฤติกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคย  เช่น ท้องผูกเป็นประจำ, หลายๆวันถ่ายที, ชอบเบ่งอุจจาระแรงๆ , นั่งเบ่งถ่ายนานๆ , ติดนิสัยใช้ตัวช่วยเช่น ยาระบาย ยาถ่าย , นอนดึกเป็นประจำ , ไม่ออกกำลังกาย หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  3. น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้ให้แรงดันในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานสูงขึ้น  ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดคั่งที่ปากทวารหนัก    
  4. อายุ ริดสีดวงทวารหนักเป็นได้ในคนทุกวัย แต่มักพบมากในกลุ่มผู้มีอายุ 45-65 ปี ทั้งชายและหญิง
  5. เกิดร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโต ตับแข็ง เนื้องอกในช่องท้อง ลำไส้แปรปรวน มะเร็งลำไส้ รวมถึงอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม

 

ได้รู้สาเหตุเบื้องต้นกันแล้ว ถ้าคุณไม่เป็นก็ขอแสดงความยินดี แต่ถ้าคุณกำลังเป็นอยู่ ก็ควรเริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่ส่อแววไปทางสนับสนุนริดสีดวง

ทวารให้อาการหนักข้อขึ้นและควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกวิธีเพื่อผลดี

กับสุขภาพคุณต่อไป..

               “ ริดสีดวงเป็นแล้วหาย...รักษาได้ไม่ยากเลย ”

Doproct Ointment

Doproct Suppository

H6

ตกขาวกับการดูแลตนเอง

Product :

Product :

1

การตรวจสอบตกขาวผิดปกติด้วยตนเอง

Product :

Product :

2

ตกขาวผิดปกติ

Product :

Product :